บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก มิถุนายน, 2023

ยาต้านไวรัสเอชไอวี สร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย ลดการเจ็บป่วยด้วยโรคฉวยโอกาส

รูปภาพ
เอชไอวี (Human Immunodeficiency Virus) คือ ไวรัสชนิดหนึ่งที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้ว จะไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง จนไม่สามารถต้านทานโรคต่าง ๆ ได้ หากไม่ได้รับการรักษา มีโอกาสเสี่ยงต่อ โรคฉวยโอกาส และภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ซึ่งอาจรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ แนวทางการรักษาเอชไอวีในปัจจุบัน ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาเอชไอวีให้หายขาดได้ ซึ่งแนวทางการรักษาในปัจจุบันของผู้ป่วยเอชไอวี คือการฟื้นฟูภูมิคุ้มกันร่างกายที่บกพร่อง ให้กลับมาเป็นปกติ โดยการใช้ยาต้านไวรัส ยาต้านไวรัสเอชไอวี คืออะไร ? ยาต้านไวรัสเอชไอวี มีหน้าที่ในการยับยั้งการเพิ่มจำนวนของเชื้อเอชไอวีในกระแสเลือด เมื่อจำนวนเชื้อลดลง ร่างกายก็สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้มากขึ้น โอกาสในการเจ็บป่วยด้วยโรคฉวยโอกาสจึงลดลง เพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยส่วนมากสามารถทำงาน และดำรงชีวิตตามปกติได้ ผลข้างเคียงของยาต้านไวรัสเอชไอวี คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศรีษะ ท้องเสีย นอนไม่หลับ **อาการเหล่านี้จะค่อยๆดีขึ้น ภายใน 1 - 2 เดือน แต่หากยังมีอาการอยู่ควรปรึกษาแพทย์ทันที** ยาต้านไวรัสเอชไอวี ยิ่งเริ่มทานเร็ว ทานอย่างต่อเนื่องสม่...

ตรวจเอชไอวีมีประโยชน์อะไรบ้าง ?

รูปภาพ
เอชไอวี HIV ย่อมากจาก (Human Immunodeficiency Virus) เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย คือ เซลล์เม็ดเลือดขาวซีดีโฟร์ (CD4 cells) ซึ่งทำหน้าที่ป้องกันร่างกายจากการติดเชื้อ เมื่อเชื้อไวรัส HIV ทำลายเม็ดเลือดขาว CD4 จนมีปริมาณไม่เพียงพอ เป็นสาเหตุให้เกิดอาการภูมิคุ้มกันบกพร่อง ปัจจุบันหากอยากจะทราบว่าในร่างกายมีเชื้อเอชไอวีหรือไม่ จะต้องทำการตรวจเอชไอวีเท่านั้น วันนี้เราจะพาไปดูกันว่าประโยชน์ของการตรวจเอชไอวีมีะไรบ้าง สามารถเข้ารับการรักษาได้ทันที ไม่ต้องรอให้แสดงอาการ  ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที จะทำให้มีสุขภาพที่แข็งแรง สามารถวางแผนป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้ สามารถวางแผนป้องกันการติดเชื้อไปสู่ลูกได้  สามารถป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อเอชไอวีได้ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเอชไอวี และป้องกันตนเองได้อย่างถูกต้อง ใครบ้างที่ควรตรวจเอชไอวี ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้สวมถุงยางอนามัย ผู้ที่มีพฤติกรรมเปลี่ยคู่นอนบ่อย ผู้ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ผู้ที่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น ประชาชนคนไทยสามารถรับการตรวจเอชไอวี ได้ที่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธ...

ซิฟิลิส ป้องกัน ง่ายกว่าการรักษา

รูปภาพ
ซิฟิลิส เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า ทรีโพนีมา พาลลิดัม (Treponema Pallidum) จากการสัมผัสถูกเชื้อโดยตรงจากแผลของผู้ป่วย และระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ที่มักสุ่มเสี่ยงกับการติดเชื้อได้มากที่สุด จึงมักถูกจัดเป็น "โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์" และอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงขึ้นหากไม่รักษา ซิฟิลิส ติดต่อกันได้อย่างไร? ซิฟิลิสสามารถติดต่อกันได้ 3 ช่องทาง ทางเพศสัมพันธ์ โดยไม่ได้ป้องกัน ติดต่อผ่านการสัมผัสแผลที่มีเชื้อ โดยผ่านทางผิวหนัง เยื่อบุตา ปาก ติดต่อ จากแม่สู่ลูก โดยหากมารดาเป็นซิฟิลิส จะถ่ายทอดโรคนี้สู่ทารกในครรภ์ได้ อาการของซิฟิลิส ซิฟิลิส แบ่งอาการออกได้เป็น 4 ระยะ ระยะที่ 1 มักจะแสดงอาการเริ่มต้นจากการเกิดแผลขนาดเล็กบริเวณที่ได้รับเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ร่างกายประมาณ 3 สัปดาห์ โดยปลายขอบแผลมีลักษณะเรียบและแข็งที่เรียกว่า แผลริมแข็ง (Chancre) สำหรับผู้ชายแผลริมแข็งมักจะเกิดในบริเวณปลาย หรือลำอวัยวะเพศ ในผู้ป่วยบางรายอาจไม่ทันสังเกต หรือไม่รู้ตัวว่ามีแผลเกิดขึ้น เนื่องจากแผลนี้จะไม่มีอาการปวด และแผลอาจซ่อนอยู่ภายในช่องคลอด หรือทวารหนัก จึงเป็นสาเหตุให้ผู้ป่วยบางรายไม่...