ซิฟิลิส โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ไม่ควรละเลย

ซิฟิลิส เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากแบคทีเรีย Treponema pallidum แบคทีเรียนี้สามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านรอยถลอกหรือแผลที่ผิวหนัง เยื่อเมือก หรือดวงตา ซิฟิลิสสามารถแพร่กระจายได้ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือทางปาก โดยไม่สวมถุงยางอนามัย ซิฟิลิสยังสามารถแพร่กระจายได้จากการสัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งที่ปนเปื้อนซิฟิลิส ตัวอย่างเช่น การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน

ซิฟิลิสมี 4 ระยะ

  • ระยะแรก: ระยะแรกเกิดขึ้นประมาณ 3 สัปดาห์ หลังจากติดเชื้อ อาการของระยะแรกมักไม่รุนแรงและอาจหายไปเอง อาการของระยะแรก ได้แก่ มีแผลริมแข็งที่อวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือปาก
  • ระยะที่สอง: ระยะที่สองเกิดขึ้นประมาณ 6 - 8 สัปดาห์หลังจากติดเชื้อ อาการของระยะที่สอง ได้แก่ ผื่นที่ลำตัว มือ และเท้า มีไข้ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย และปวดกล้ามเนื้อ
  • ระยะแฝง: ระยะแฝงเกิดขึ้นประมาณ 1 ปีหลังจากติดเชื้อ ระยะแฝงเป็นระยะที่ไม่มีการมีอาการใดๆ แต่ยังสามารถแพร่กระจายไปยังผู้อื่นได้
  • ระยะที่สาม: ระยะที่สามเกิดขึ้นประมาณ 3 - 5 ปีหลังจากติดเชื้อ อาการของระยะที่สาม ได้แก่ ความเสียหายต่อหัวใจ สมอง กระดูก และระบบประสาท

การป้องกันซิฟิลิส

  • ใช้ ถุงยางอนามัย ทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
  • มีคู่นอนเพียงคนเดียว
  • หลีกเลี่ยงการใช้เข็มฉีดยาร่วมกันกับผู้อื่น
  • หมั่นตรวจสุขภาพทางเพศเป็นประจำ

หากคิดว่าตนเองมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อซิฟิลิส ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว หากติดเชื้อก็จะได้เข้าสู่กระบวนการรักษาทันที เพราะซิฟิลิสสามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ แต่หากปล่อยทิ้งไว้ ไม่ได้รับการรักษา ซิฟิลิสอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง และอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ข่าวดี UNAIDS ประกาศแล้ว! ยาป้องกันเอชไอวี ราคาจับต้องได้

ดูแลตัวเองอย่างไร เมื่อเป็นโรคหนองใน ?

Doxy-PEP ป้องกันโรคอะไรได้บ้าง ?