เริมที่อวัยวะเพศ โรคที่ยังรักษาไม่หายขาด
เริมที่อวัยวะเพศ คือ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อไวรัสเริมซิมเพล็กซ์ (Herpes simplex virus) เชื้อไวรัสชนิดนี้สามารถติดต่อผ่านการสัมผัสทางผิวหนังโดยตรงกับบริเวณที่เป็นแผลหรือตุ่มของเริม หรือผ่านการสัมผัสกับสารคัดหลั่งจากบริเวณที่เป็นแผลหรือตุ่มของเริม เช่น น้ำอสุจิ น้ำหล่อลื่นช่องคลอด น้ำลาย เริมแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
- HSV-1 มักทำให้เกิดเริมที่บริเวณปากและริมฝีปาก
- HSV-2 มักทำให้เกิดเริมที่อวัยวะเพศ
เริมที่อวัยวะเพศ อาการเป็นอย่างไร ?
อาการของเริมที่อวัยวะเพศมักเริ่มขึ้นภายใน 2 - 12 วันหลังสัมผัสเชื้อ โดยอาการอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยทั่วไปผู้ป่วยจะมีอาการดังนี้
- อาการคัน แสบร้อน หรือเจ็บบริเวณอวัยวะเพศ
- มีตุ่มใสขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ
- ตุ่มใสแตกเป็นแผลพุพอง
- ตกขาวผิดปกติ
- ปัสสาวะแสบขัด
- มีไข้ หนาวสั่น
เริมที่อวัยวะเพศ รักษาได้อย่างไร ?
ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาโรคเริมให้หายขาด แต่สามารถรักษาให้หายได้ชั่วคราว โดยการใช้ยาต้านไวรัส เช่น อะไซโคลเวียร์ (Acyclovir) วาลาไซโคลเวียร์ (Valacyclovir) ฟามซิโคลเวียร์ (Famciclovir) ซึ่งยาต้านไวรัสจะช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ ซิมเพล็กซ์ ทำให้อาการของโรคเริมดีขึ้น และหายเร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม ยาต้านไวรัสไม่สามารถรักษาให้หายขาดจากโรคเริมได้
การป้องกันเริมที่อวัยวะเพศ
- การมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย โดยใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
- หลักเลี่ยงการเปลี่ยคู่นอนบ่อย
- ไม่สัมผัสกับบริเวณที่เป็นแผลหรือตุ่มของเริม
- รักษาความสะอาดของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณอวัยวะเพศ
- ตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำ
วิธีดูแลตนเองเมื่อเป็นเริมที่อวัยวะเพศ
- ทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเกลือ หรือน้ำสะอาด
- ทายาต้านไวรัสตามคำแนะนำของแพทย์
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสแผล
- สวมเสื้อผ้าที่หลวม ๆ เพื่อไม่ให้เสียดสีแผล
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
ถึงแม้ว่าโรคเริมไม่สามารถรักษาให้หายขาด แต่สามารถควบคุมอาการได้ ด้วยการรับประทานยาต้านไวรัส อาการจะหายไปเองภายใน 1 - 2 สัปดาห์ แต่อาจกลับมาเป็นซ้ำได้หากเกิดปัจจัยบางอย่ากระตุ้น เช่น เครียด พักผ่อนน้อย ภูมิคุ้มกันต่ำ
จองตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ฟรีได้ที่ Love2Test


ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น